บันทึกปลายทาง View my profile

เมืองฝนแปด แดดสี่

posted on 22 Apr 2011 21:38 by phisanu in Journey
 
 
          ทริปนี้เป็นช่วงที่ตรงกับวันสงกรานต์พอดี และเป็นช่วงได้หยุดยาวต่อเนื่องกันหลายวัน มีโอกาสมีเวลาเดินทางจึงตัดสินใจเดินทางมายัง "จังหวัดระนอง" ในความรู้สึกของตัวเอง ระนองเป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่นักท่องเที่ยวมักจะนึกถึงเป็นจังหวัดท้ายๆ ของการเดินทางท่องเที่ยว และเมื่อได้มาสัมผัสกับตัวเอง ทำให้รู้ว่าระนองมีทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สถานที่ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่ในสมัยเด็กตอนเรียนภูมิศาสตร์เรื่องคอคอดกระ ต้นตำรับซาลาเปาทับหลี และที่สำคัญได้ทราบเรื่องราวของตระกูล ณ ระนอง
 
          จังหวัดระนอง นับว่าเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่มากนัก ในอดีตเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยกิจการเหมืองแร่ ซึ่งประเทศไทยในสมัยนั้นเหมืองแร่นับว่าเป็นรายได้ที่สำคัญ ในการนำมาพัฒนาบ้านเมือง จนมีชื่อที่เรียกกันติดปากว่าเมือง "แร่นอง" หมายถึงเมืองที่แร่มากๆ ผิดเพี้ยนกันมาอย่างไรไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ กลายเป็นเมืองระนอง จวบจนปัจจุบัน
 
          เรื่องเล่าขานของประวัติเมืองระนองน่าสนใจมาก ตั้งแต่อดีตเจ้าเมืองระนอง การพัฒนาบ้านเมืองมาจนถึงปัจจุบัน  สามารถอ่่่่่านรายละเอียดได้ต่อที่  www.naranong.net/ranong.htm  เมื่อได้ทราบถึงรายละเอียดทั้งหมด จะทำให้การเที่ยวเมืองระนอง สนุกสนานมากยิ่งขึ้น
 
          การเดินทางของเราด้วยรถยนต์ตามเส้นทางหมายเลข 4 ถึงชุมพรแยกปฐมพรเลี้ยวขวาไปยังจังหวัดระนองได้เลย ต้องขอบอกว่า การเดินทางมายังภาคใต้ ชอบมากเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ข้างทาง และยิ่งเส้นทางที่จะไประนองเขียวไปตลอดเส้นทาง สมแล้วกับการได้รับฉายาว่า "เมืองฝน 8 แดด 4" 
 
          เส้นทางที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดระนอง จะต้องผ่านอำเภอกระบุรีก่อน และเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับการขึ้นเขาลงเขามากนัก ขับได้สบายๆ ครับ กินลมชมวิวได้เลย และที่อำเภอกระบุรีนี่ละครับเป็นแหล่งต้นกำเนิด "ซาลาเปาทับหลี" แบบนี้จะให้พลาดได้อย่างไร พวกเราก็กินมื้อเที่ยงกันที่นี่ มีทั้งข้าวมันไก่ทับหลี เป็นสูตรเฉพาะด้วยเนื้อไก่ที่ไม่เหนียว ไม่นุ่มเละ จนเกินไป อร่อยอะ... บวกกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด แต่ขอแนะนำเวลาไปสั่งข้าวแล้ว แม่ค้าจะถามว่ารับน้ำแกงด้วยไหม อันนี้คิดไปเองว่า คงเหมือนน้ำซุป คนที่นี่คงเรียกแบบนี้ ผิดครับ น้ำแกงก็คือต้มจืด เสียตั้งค์ครับ  ส่วนน้ำซุปฟรีครับ งง งง... 
 
 
          จุดเริ่มต้นของจังหวัดระนอง เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวควรหยุดเพื่อสักการะ ศิลาสลักพระปรมาภิไธยย่ิอ จ.ป.ร. ในรัชกาลที่ 5  และเป็นจุดแบ่งเขตจังหวัดชุมพร และระนองด้วยครับ และเมื่อเดินทางต่ออีกไม่ไกล ก็จะได้พบกับสถานที่สำคัญ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว คือ "คอคอดกระ" หรือ "กิ่วกระ" ถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทย ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช... นานมาก หาอ่านเอานะครับ แต่ในปัจจุบันถือว่าเป็นจุดแวะพัก และลองเข้าไปในหมู่บ้านแถบนั้นก็จะเห็นฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน
 
 
          เมื่อเข้ามาถึงในตัวเมืองก็อย่าลืมเข้ามาสักการะศาลหลักเมือง เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวเองนะ และใกล้ๆ กันจะเป็น ลานอนุสาวรีย์พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดระนอง
 
สุสานเจ้าเมืองระนองพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง)
 
          น้ำุพุร้อนแห่งเมืองระนอง  มีหลายบ่อ บ่อพ่อ บ่อแม่ บ่อลูก ยังมีบริการให้แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นๆ แก้เมื่อยได้ แถมยังมีบริการขายไข่ มาต้มด้วยน้ำร้อน 65 องศา กำลังอร่อยเลยละ 
          ระนองแคนย่อน ก็อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับน้ำพุร้อน เป็นบึงน้ำกว้างขวาง มีศาลาให้นั่งพักผ่อนชมวิว ถึงแม้ว่าแดดจะร้อนไปหน่อย แต่ด้วยบรรยากาศร่มรื่น ช่วยได้เยอะเลย
 
          ภูเขาหญ้า หรือ ภูเขาหัวโล้น เป็นอีกจุดที่พลาดไม่ได้ ธรรมชาติช่างสร้างมาให้จริงๆ ลักษณะเป็นเนินเขาไม่สูงมากนัก สามารถขับรถขึ้นไปได้เลย มีจุดถ่ายรูป สวยงาม แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ จะดีมากได้เห็นพระอาทิตย์ตก และที่สำคัญไม่ร้อนมากด้วย จริงๆแล้ว ช่วงที่เราไปภูเขาควรจะเป็นหญ้าสีเหลืองทองเต็มเขาไปหมดแล้ว แต่ด้วยเป็นช่วงที่ภาคใต้ฝนตกหนักน้ำท่วมไปหลายจังหวัด ระนองได้ฝนไปด้วยทำให้หญ้าเขียวไปเลย ลองคิดเล่นๆ นะครับ โลกตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ฝนตกหน้าร้อน น้ำท่วมภาคใต้หนัก สถานที่ท่องเที่ยวอย่างภูเขาหญ้า ยังเปลี่ยนแปลงได้เลยนะ 
 
 
                    พระราชวังรัตนรงสรรค์ ตั้งอยู่บนเชิงเขารัตนรังสรรค์ ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง เป็นพระราชวังจำลองที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง เพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมของ 3 รัชกาลคือ ร.5 ร.6 และ ร.7 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของทางเทศบาล สามารถเข้าไปชมถ่ายรูปได้ แต่ถ้าต้องการเข้าไปภายในตัวอาคารจะต้องเสียค่าบริการด้วยนะครับ
 
          จังหวัดระนองมีอุทยานแห่งชาติแหลมสนไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว มีทั้งบ้านพัก ลานกางเต้นท์ ได้อย่างสยาย ภายในอุทยานมีสวนสนขึ้นปกคลุมร่มเงาให้ได้นั่งพักผ่อน มีชายหาดยาวได้เล่นน้ำกันอย่างสบาย ถึงแม้ว่าในอดีตที่นี่จะเคยได้ผลจากสึนามิ เมื่อปี 2547 ทำให้สถานที่เสียหายไปบ้าง แต่ปัจจุบันปรับปรุงสวยงาม ร่มรื่นน่าท่องเที่ยวมากเลยครับ
 
          บรรยากาศยามเย็นของแหลมสน และใกล้ๆ กับอุทยาน ก่อนทางเข้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นท่าเทียบเรือบางเบน เข้าไปแวะชมได้เลยครับ ขับรถเข้าไปสุดถนนก็จะเป็นท่าเทียบเรือ นั่งดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นก็ดีเหมือนกันนะครับ หรือจะหาอาหารเข้านั่งกินลมชมวิว มันก็สุขดีไม่น้อยนะครับ
 
 
          และการได้มาเยือนจังหวัดระนอง มีอีกแห่งที่น่าไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ คือที่เกาะสอง เป็นพื้นที่ ที่อยู่ในเขตประเทศพม่า ซึ่งเราจะต้องทำหนังสือข้ามไป หน่วยงานที่ทำก็อยู่ที่ท่าเรือของอันดามันคลับ ทำง่ายรวดเร็ว สะดวกสบาย มีเรือออกทุกๆ ชั่วโมง ไปเช้าเย็นกลับ หรือจะไปค้างที่โรงแรมก็ได้ครับ แน่นอนที่เกาะสองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักคือบ่อนคาสิโนอย่างถูกกฏหมายของพม่า ที่คนไทยนิยมข้ามไปเสี่ยงโชคกัน แต่เราไม่นิยมเล่น แต่ชอบเที่ยวอะ
 
 
          เมื่อข้ามไปถึงเกาะสองก็มีบริการข้ามไปเกาะสน สามารถติดต่อกับทางโรงแรมซื้อตั๋วไปเลยครับ ก้ไปชมวิถีชีวิตของชาวพม่าได้เล็กน้อย เพราะเค้าจะจำกัดเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ก็ได้ไปชมอนุสาวรีย์ท่านบุเรงนอง หรือ ท่านบาเยนนอง ก็ผู้ชนะสิบทิศ ที่เรารู้จักกันดี และวัดที่จำลองรูปแบบเจดีย์ชเวดากอง มา
 
 
          เอาละครับทริปนี้ผมก็ใช้เวลาได้เต็มที่กับการท่องเที่ยว ในจังหวัดระนองถึงแม้ว่าจะเที่ยวยังไม่ครบ ยังมีเกาะพยาม เกาะอื่นๆ อีกที่ไม่ได้ข้ามไป รวมทั้งน้ำตกอีกมากมาย แต่ด้วยช่วงที่เราไปเป็นหน้าแดด น้ำก็เลยน้อยทำให้ความสวยงามยังไม่เต็มที่ เอาไว้มีโอกาสจะกลับมาเยือนอีกครั้งนะครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

โหห สวยมากเลย ยังไม่เคยไปเลยสงสัยต้องไปเที่ยวบ้างนะเนี่ย

#3 By ฝน (124.122.215.75) on 2011-04-26 13:00

น่าไปจังค่ะ

#2 By katak on 2011-04-26 11:44

สวยๆ

#1 By มาย on 2011-04-26 09:19

Tags