บันทึกปลายทาง View my profile

ปีใหม่ไปเชียงราย

posted on 15 Jan 2011 09:43 by phisanu in Journey

 

           ทริปปีใหม่นี้ มาขึ้น blog ล่าช้าไปหน่อย ด้วยคำว่า "เวลา" เป็นเหตุ ไหนๆ ก็มาแล้วมาเริ่มต้นเล่าเรื่องกันเลยดีกว่า วันที่ 31 ธ.ค.53 เดินทางกลับมาจากหัวหินหลังจากได้ไปสวัสดีปีใหม่พ่อกะแม่ และพี่สาวแล้ว มาถึง กทม.ก็ 5 โมงเย็นกว่าๆ แล้ว เตรียมตัวจัดข้าวของเดินทางต่อ ไปเชียงรายกันเลย

          เริ่ม start เดินทางกันประมาณ 3 ทุ่ม ยวดยานบนท้องถนนไม่ติดมาก ถึงแม้จะสิ้นปี เพราะเราไปช้ากว่าคนอื่นๆ ขับรถสบายไปเลย เราใช้เส้นทางออกมอเตอร์เวย์ เข้าเส้นทางหมาย 1 ขับไปถึง จ.ตากเที่ยงคืนของวันปีใหม่2554 พอดี ได้ไปร่วมเฉลิมฉลองดูพลุ-ดอกไม้ไฟกันที่นี้ (ไม่คาดคิดอีกแล้ว ว่าจะพอดิบพอดีขนาดนี้)
          หลังจากเฉลิมฉลองกันเรียบร้อย การเดินทางก็เริ่มต้นอีกครั้ง คราวนี้ตรงยาว ผ่านลำพูน ลำปาง พะเยา เข้าสู่เมืองเชียงราย ก็ประมาณตีห้ากว่าๆ เข้าไปพักรถพักคนกันที่ "วัดร่องขุ่น " ของท่านอาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินจิตรกรอันมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
 
          เมื่อตะวันเริ่มขึ้น การเดินทางและการท่องเที่ยวของเราก็เริ่มขึ้นด้วย เส้นทางที่เราใช้ ได้ผ่านจุดที่ให้น่าแวะชมเหมือนกันคือ "หาดเชียงราย" (ไม่คาดคิดอีกแล้ว) ไปลองสัมผัสกับอากาศเย็นๆ กันที่ริมหาดกันเถอะ 
 
          เช้านี้เรามีโปรแกรมที่จะไปชมงาน "เทศกาลดอกไม้งามเชียงราย" ตามรายละเอียดพอทราบคร่าวๆ ว่างานจะจัดริมแม่น้ำกก และสถานที่จัดแถวสนามบินเชียงราย ว่าแล้วก็ออกตัวมุ่งหน้ากันไปเลยครับ แต่บังเอิญไปพบ "วัดเจ็ดยอด" ก็ต้องขอเข้าไปสักการะกันก่อน เพื่อเป็นสิริมงคล
 
และมาต่อด้วยงานเทศกาลดอกไม้เมืองเชียงราย ณ ริมแม่น้ำกก
 
 
 
          ได้ชื่มชมกับความสวยงามอันตระการตากับเหล่าพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ อันมหาศาลที่จัดได้อย่างสวยงาม และกลมกลืน พร้อมมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆ  และที่สำคัญสำหรับผู้ที่ไม่เดินไม่ไหว หรือผู้เฒ่าผู้ชรา มีรถสามล้อถีบบริการจากที่จอดรถเข้ามาในสวน เก็บแรงได้ส่วนหนึ่งแล้วมาเดินลุยต่อในสวนกันเอาเองนะครับ
          มาถึงอีกจุด ที่มาถึงเชียงรายแล้วห้ามพลาดเลยนะครับ การได้มาสักการะ "พ่อขุนเม็งราย" พ่อเมืองผู้ก่อตั้งเมืองเชียงราย และเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งงราชวงศ์มังราย  อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ประดิษฐานอยู่บริเวณห้าแยกพ่อขุน (ตามที่คนในพื้นที่เรียกกัน)
 
 
          จุดหมายต่อไปของการเดินทาง "ดอยแม่สลอง" ซึ่งที่นี่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคีรี พวกเราก็เคยมากันแล้ว และคราวนั้นพวกเราประหลาดใจกันที่ บนดอยแม่สองมีร้าน 7-11 ด้วยอะ แต่ไม่ได้แวะ ครั้งนี้พวกเราจะแวะกันให้ได้ (ไม่ได้ชมวิวอะไร กะว่าจะมาเซเว่นที่ดอยแม่สลอง)
 
 
          ผ่านมาตามเส้นทาง ทาง อบต.ในพื้นที่ จัดงานปีใหม่ให้กับชาวเขาด้วย ขอลองไปสัมผัสกับบรรยากาศสักหน่อย มีอะไรบ้าง
 
 
          ตามโปรแกรม คืนนี้จะไปพักกันที่เชียงของ แต่ที่พักยังไม่มีเลย ไม่รู้ว่าจะเต็มหรือเปล่า ไม่เป็นไรไปลุยกันข้างหน้า ที่เที่ยวยังมีอีกเยอะ ว่าแล้วเจอที่แวะอีกแล้ว  "ทะเลสาบเชียงแสน" หรือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบ่งคาย  (ไม่คาดคิดอีกแล้ว) เนื่องจากเราไม่ได้เส้นทางหลัก มาตาม GPS บอก ซึ่งเป็นเส้นทางของ รพช. มาเจอพบโดยบังเอิญ แต่ในสถานที่บรรยากาศใช้ได้เลยครับ มีบ้านพักให้บริการ และมีสถานที่กางเต้นท์ได้ด้วยครับ
 
 
          ออกมาจากทะเลสาบไม่ทันไร ต้องแวะกันอีกแล้วครับพลาดไม่ได้ "วัดพระธาตุผาเงา" ก็ต้องไปสักการะกันบ้างมาถึงแล้ว เป็นสถานที่ ที่ได้รับความเชื่อถือและศักดิ์สิทธิ์ ตามเรื่องเล่าขานกันมานาน
 
 
          สุดท้ายของวันก็มาถึง "เชียงของ" ก็หกโมงเย็นกว่าก็พลบค่ำพอดี ก็ตรงไปยังรีสอร์ทที่ได้ติดต่อไปคร่าวๆ แต่สรุปว่ารีสอร์ทไม่สามารถรับรองได้ เพราะห้องมีขนาดเล็กเกินไปคือพักได้ 2 คนต่อห้องและห้องเล็ก แต่เราไปกันหลายคน จึงทำให้ห้องพักไม่พอ แต่ทางรีสอร์ทก็ดี ได้ให้เบอร์ติดต่อที่อื่น เราก็ไปค้นหาใหม่ 2 ที่แล้วก็ไม่ได้ จวบจนสุดท้ายมาพักกันที่ "โรงแรมแจ่มเฮ้าส์" เอาละนอนไปนะ เช้าก็ต้องไปกันต่อแล้ว
          เช้าวันใหม่กับอากาศเย็นๆ สบายๆ แบบควันออกปากกันเลยทีเดียว แบบนี้เรียกว่าเข้าขั้นหนาวนะครับ ทำไงได้ละก็อยากมาถ่ายภาพ เก็บภาพบรรยากาศในตอนเช้า หือๆ ๆ ๆ หนาวจังเลยยยยย Embarassed
 
 
 
          การเดินทางในวันใหม่เริ่มต้นกันอีกแล้วละ วันนี้เราจะเดินทางขึ้นไปดอยผาตั้ง และภูชี้ฟ้า และจะไปพักกันที่โครงการสถานีเกษตรที่สูงดอยผาหม่น แหล่งเพาะปลูกดอกทิวลิป วางแผนว่าจะไปกลางเต้นท์นอนกันที่นี่ ว่าแล้วเริ่มกันเลยดีกว่าเดี๋ยวจะสายนะ
 
          ระหว่างทางมีจุดพัก จุดชมวิวของ "บ้านห้วยเอียน" เป็นจุดที่เราจะเห็นแม่น้ำโขง ทิวเขา ประเทศลาว ซึ่งจุดพักนี้เอง สมาชิกเดินทางของเราได้มาถึงแบบแท้จริงนั้นคือน้องมิลล์ ได้มาทิ้งบอมส์สะเลย ฮ่าๆๆๆ สบายตูด
 
 
 
          มาถึงแล้ว "ดอยผาตั้ง" พวกเราเคยมากันแล้วครั้งหนึ่ง มาครั้งนี้สถานที่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเหมือนกัน และที่สำคัญมีบริการรูปแบบใหม่ คือ "การขี่ม้าขึ้นดอย" สำหรับผู้ต้องการสัมผัสกับรูปแบบขึ้นดอยใหม่ๆ หรือผู้ที่เดินไม่ไหว เชิญได้เลยนะครับ
 
 
 
 
 
          ออกจากดอยผาตั้งมุ่งสู่ "ภูชี้ฟ้า" อีกจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ได้ทั้งออกกำลังกายในการเดิน ได้สัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย  และวิวทิวทัศน์อันสวยงาม พวกเรามาถึงก็ช่วงเที่ยงๆ แล้ว แต่นักท่องเที่ยว และนักถ่ายภาพจะนิยมมากันตอนเช้า มาเก็บบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ขึ้น แต่เราไม่ได้ไปอะ
 
 
          เรียบร้อยไปแล้วกับทั้งสองสถานที่ คงจะต้องเดินทางไปหาที่พักสำหรับคืนนี้กันต่อ ยังไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหน อีกไกลไหม ไม่มีใครตอบได้ นอกจากเดินทางไปหามันให้เจอ ตามที่เราตั้งไว้ว่าจะไปกางเต้นท์นอนกันที่โครงการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น แต่เอาเข้าจริงตัดสินใจมาพักกันที่ "รีสอร์ทภูฟ้าสวรรค์" เนื่องจากเรายังหาโครงการเกษตรไม่พบ และก็จะค่ำอยู่แล้วเกรงว่าจะไม่ทันการ พอดีทางรีสอร์ทมีห้องพักใหญ่เหลือ 1 ห้องพอดี โชคดีที่การตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้อง เพราะอุปกรณ์ที่เราเตรียมสำหรับการทำอาหารมันผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อย ถ้าเราไปกลางเต้นท์นอน หุงหาอาหารเอง อดแน่คืนนั้น หิววววววว
 
 
 
          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังจากที่เราออกจากรีสอร์ทในตอนเช้าเพื่อเดินทางกันต่อ "โครงการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น" อยู่ห่างจากรีสอร์ทที่เราไม่ถึง 10 กิโล ว่าแล้วก็ขอเข้าไปชมกันสักหน่อย เพราะที่นี่เป็นแหล่งเพาะปลูกดอกทิวลิป ที่เอาไปแสดงในงานเทศกาลดอกไม้เชียงราย แบบว่าขนเอาไปกันสะหมดแปลงเลยอะ ภาพถ่ายที่ได้มาเลยเน้นแปลงโล่งๆ
 
 
          หลังจากออกมาจากโครงการเกษตร เราเริ่มเดินทางกลับกัน เข้าสู่จังหวัดพะเยา ตามเส้นทางยังมีจุดที่น่าสนใจอีก และเราได้มาพบจุดที่ไม่คาดคิดอีกแล้ว "ประตูสู่อินโดจีน" เป็นจุดผ่อนปรนชายแดนไทย-ลาว บ้านฮวก (กิ่วหก) เราสามารถเดินเท้าไปจนถึงดินแดนประเทศลาวได้เลย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนไม่แนะนำให้เข้าไปนะครับ เราก็ได้แค่ถ่ายรูปแบบสองแผ่นดิน
 
 
          อีกจุดส่งท้ายสำหรับทริปนี้ของเรา "น้ำตกภูซาง" เป็นที่สำหรับพักผ่อนได้เป็นอย่างดี สำหรับเราก็ได้ทั้งพักรถ พักคน พร้อมมื้อกลางวันของพวกเราด้วย
 
         
          จบไปด้วยดีสำหรับทริปนี้ของเรา และปีใหม่นี้ 2554 ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง (ขึ้นอยู่กับท่าน) และจิตใจเบิกบานสำราญใจนะครับ แล้วจบท้ายด้วย 2 หนุ่มที่หลับสบายตลอดทริป
 
         
         
         
         

Tags