บันทึกปลายทาง View my profile

มาเล มาเล

posted on 30 Oct 2010 17:03 by phisanu in Journey

 

          ขึ้น Title หัวเรื่องสะขนาดนี้ คงทราบกันแล้วนะ ว่าทริปนี้พวกเดินทางไปประเทศมาเลเซียกัน เราเดินทางกันเช้าวันที่ 23 ต.ค.53 และจะกลับกันก็คืนวันที่ 26 ต.ค.53  พวกเราเริ่มต้นการเดินทาง โดยใช้สายการบินแอร์เอเซีย (เที่ยวบินประมาณ 06.20)ไปลงสนามบินหาดใหญ่ โดยนัดหมายให้รถตู้บริษัททัวร์ มารับพวกเรา และที่เจ๋งมากก็คือ ไกด์ คนขับรถ คนดูแลทุกเรื่องตลอดทริปเป็นคนเดียวกันแบบ all in 1 เค้าชื่อ คุณจ้าย จะพาพวกเราไปยังด่านพรมแดนสะเดา  จ.สงขลา เพื่อตรวจหนังสือเดินทางเพื่อเข้าประเทศมาเลเซีย

 

 ตั๋วเดินทางพร้อม คนพร้อม เครื่องบินพร้อม ไปกันยังละ ไปเลย (อ้าวไม่ใช่มาเลหรอพี่) 

 

          ถึงแล้วด่านสะเดา เช็คหนังสือเดินทาง  เห็นไกลๆ ฝั่งโน้น มาเลเซียแล้วนะ หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย ที่นี่พวกเราเสียเวลานานมาก เพราะวันนั้นคนเดินทางไปเที่ยวเยอะมาก รถบัสไม่รู้กี่สิบคน โชคดีหรือไม่รู้คนขับรถเราแอบลักไก่ แอบลัดคิวรสบัสไปหลายสิบคัน และที่น่าอามรมณ์เสียมากกว่านั้นก็คือ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจของมาเลเซีย ทำงานช้ามา คนเดินทางก็มากอัดแน่นอย่างกะปลากระป๋อง แอร์ก็ไม่เปิด ร้อนโครตๆ  ก็ใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง กว่าจะรวมพลกันครบอีกครั้ง เล่นเอาเหงื่อตกเลยละ

               การเดินทางเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ในการเข้าประเทศมาเลเซีย  โดยจุดหมายแรกที่จะไปคือ "คาเมรอน" ก่อนที่จะเล่าการเดินทางต่อมีเรื่องฮ่าๆ กันเล็กน้อย เรื่องมีอยู่ว่า
          คนขับเล่าให้ฟังว่าในมาเลต้องระวังเรื่องการขับรถเร็ว เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ขนส่งคอยตรวจจับอยู่ (ที่นี่เค้าไม่ใช้ตำรวจทางหลวงนะ) และยิ่งเป็นวันหยุด มีรถเข้าประเทศมากๆ ด้วยละก็หวานเลย  
         ผมก็ถามคนขับเลยว่า : แล้วพี่เคยโดนบ้างไหม และถ้าโดนเสียค่าปรับเท่าไร ยัดเงินให้ได้ไหม 
         พี่เค้าจะตอบเลย : ผมไม่เคยโดนหรอก ถ้าโดนเสียค่าปรับก็ประมาณ 4,200 บาท ถ้าให้เงินก็ได้ก็ประมาณ 1,000-2,000 บาท
         เท่านั้นแหละขับยังไม่ทันไปไหนเลย โดนจับครับ พวกโบกธงให้หยุด มองไปรถตู้จากเมืองไทยจอดกันเป็นแถว โดนเหมือนกัน เราเป็นคันที่ 4 ผมก็อมยิ้มอยู่ในใจ แหมโม้ได้ใจ โดนทันใจ คนขับรถคงด่าผมในใจ มึงไม่น่าถามกูเลย

          เรามาเล่ากันต่อ และในระหว่างทางจะผ่านเมือง Butter Worth เป็นเมืองที่ปลูกข้าวมากในมาเล มองซ้ายมองขวา มีแต่นาข้าวเขียวขจีตลอดทางเลย สวยดีเหมือนบ้านเราเลย  พวกเราจะเดินทางไป คาเมรอน เส้นทางเหมือนกับไปแม่ฮ่องสอนบ้านเรา ขึ้นเขาคดเคี้ยวโค้งสุดๆ เล่นเอา กวนมึนโฮ เลยทีเดียว กว่าจะถึงมืดเลยละ เพราะว่าไกลมาก และที่สำคัญรถเยอะ และรถติดบนเขาอะ เซ็งเลย งง มึน หิว หนาว ไม่รู้จะเอาอะไรดี เพราะเป็นทุกอย่าง  ว่าแล้วก็ถึงจุดหมายพร้อมกับได้กินสุกี้หม้อใหญ่ๆ ร้อนๆ ผักสดๆ สุดยอดเลยอะ แก้หนาวแก้มึนได้ดีเลย หลังอิ่มมื้อเย็นแบบค่ำๆ แถวๆนั้นเค้ามีตลาดนัดตอนกลางคืน ขายผักผลไม้ ของกินพื้นเมือง ไม้ดอกไม้ประดับ  ก็พอได้เดินย่อยกันบ้างนิดส์หนึ่ง แต่อยากไปที่พักเร็วๆ แล้ว ง่วง เมื่อย มึนอะ 

เก็บภาพเช้าวันใหม่ หน้าโรงแรม Heritage บรรยากาศดีมาก อากาศสบายๆ เย็นๆ  แอ๊คชั่นกันหน่อยนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มาชมฟาร์ม Cactus ไม้ดอกไม้ประดับ ผักสด สตอร์เบอร์รี่ ขอบอกว่าสดๆ น่ารับประทาน
 
 
 
 

          เดินทางต่อมายังไร่ชา สถานที่นี่ปลูกชาเยอะที่สุดในมาเล ก็เล่นปลูกกันเป็นภูเขาเลยอะ ว่าแล้วก็ต้องนั่งจิบชา ชมบรรยากาศกันสักหน่อยแล้วละ  อืมอร่อยจริง!!!  ว่าก็ไปกันต่อเถอะ เส้นทางไป Genting Highland ยังอีกไกลนะ

  
ระหว่างทางมีน้ำตก ให้ได้พักแก้มึนกันบ้าง เส้นทางที่ลงเขา และคดเคี้ยว ได้บรรยากาศสบายๆ แบบนี้ก็พอโอเคนะ
 
 
          จะบอกว่าถึงแล้วนะ Genting Highland กว่าจะถึงก็ประมาณ บ่าย 3 โมงกว่าๆ ก่อนขึ้นเขา Genting มีร้านขาย Chocolate ขายอยู่ปากทางด้วย แวะไปชิม ไปช๊อปได้เลย และก่อนที่เข้าถึงที่พักได้เข้าไปสักการะที่วัดจีน ซึ่งเจ้าของ Genting ได้สร้างเอาไว้ และที่ Genting นี้เค้าได้เช่ากับรัฐบาลไว้ 90 ปี และวันที่เราไปเค้าฉลองครบรอบ 45 ปี
          สถานที่วัดจีนแห่งนี้ก็มีกระเช้าลอยฟ้า ส่งมาถึงที่ และเจ้ากระเช้านี่แหละเป็นไฮไลท์ของที่เลยทีเดียว นอกจากนี้บรรยากาศที่นี่ถือว่า แจ่มจริงๆ เย็นสบาย ถึงแม้จะมีละอองฝนมาบ้าง อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพสวยๆเอาไว้
  
ลูกชายแอ๊คชั่น ได้อย่างเมามัน
 
เก็บภาพกันเป็นซีรี่ย์เลย เก็บภาพเอาไว้ Genting ไม่ใช่ 7-11 ที่อยู่หน้าบ้านเรา เอาไว้ที่ที่ระลึกนะ
  
      คืนพักเอาแรงที่ Genting และภายในโรงแรมก็เต็มไปด้วยสิ่งละลายทรัพย์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช๊อปปิ้ง Casino  สวนสนุก ร้านอาหาร ว่าก็เดินชมกันหน่อย แต่ใครที่แพ้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ S-A-L-E ระวังด้วยนะครับ เพราะว่าคุณจะเพลินเพลิน และเงินหมดแบบไม่รู้ตัวนะครับ    ว่าแล้วก็เข้านอนดีกว่า เช้ามาต้องเดินทางต่อไปยัง KL
 
          เมื่อถึง KL ก็ปาเข้าไปบ่ายแก่ๆ แล้ว เข้าพักที่ Midah พักผ่อนเล็กน้อย เพราะว่าคืนนี้เตรียมตะลุยราตรี KL กันหน่อย เพราะว่าตึก Twin Tower เค้าจะเปิดไปสวยงาม แวะไปกินมื้อค่ำ แล้วจะไปย่าน China Town กันต่อ เป็นแหล่งช๊อปปิ้งแบบของ Fake กันเพียบ ลองๆไปดูกันหน่อยไหนๆ ก็มาแล้ว  เดินไปเดินมาได้ของที่ระลึกมาเล็กน้อย และได้ชิมก๋วยเตี๊ยวลูกชิ้นเนื้อสดแบบบ้านเราเลย โอเคใช้ได้แต่ราคามันแพงไปนิดนะอาเจ๊ ชามละ 6 RM ก็ 60 บาทเราอะ แพงเน๊อ...
          คืนนั้นคนขับหรือไกด์เราอะบอกเส้นทางเราว่า จาก China town เดินกลับที่พักเรา Midah ไม่ถึงสิบนาที พวกเราก็โอเคเลย แต่ไม่ใช่บ้านเรานะ ก็หลงทางนะสิครับท่าน กลับยังไงละที่นี้ เดือดร้อนเจ้าหน้าที่เทศบาล (คงใช่นะ) เค้ากำลังฉีดน้ำล้างถนนอยู่ ช่วยบอกหน่อยว่า Midah กลับทางไหน ไอเมื่อยมาก จาก 10 นาที กลายเป็น 30 นาที
 
 
เช้าวันใหม่ใน KL วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เราจะเถิดเทิงกัน เช้านี้เราเริ่มต้นไปยังสถานที่ต่างๆ และที่สำคัญๆ ในกรุง KL เช่นพระราชวังเก่า ปัจจุบันใช้เป็นศาลสูงสุด
 
          และต่อด้วยพระราชวังของพระราชาธิบดีของ KL ซึ่งเค้าก็อนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป และเก็บภาพที่ประทับใจไว้ และวันนั้นทางพระราชาธิบดี กำลังจะเสด็จออกจากพระราชวังพอดี แต่น่าเสียที่เวลาไม่พอที่อยู่รอเก็บภาพประทับใจเอาไว้ ว่าแล้วก็ทหารหน้าวังก่อนแล้วกัน เท่ห์มาก...
 
 
อนุสาวรีย์ประกาศอิสระภาพ และประชาธิปไตย
 
 
 
          มื้อกลางวันพวกเราบอกกับไกด์เราว่า ขอไปหาอะไรกินเองนะมื้อนี้ เพราะกินอาหารจีนมาจนเบื่อแล้วอะ ไกด์ก็คืนเงินมาให้พวกเรา 1,500 บาท ไปแบ่งกันนะ ว่าแล้วพวกเราก็ไปที่ Food Center ของ Twin Tower อิ่มอร่อยได้ตามใจ เวลาที่เหลือ จะทำอะไรละครับ ใครชอบช๊อปก็ตามสบายเลยครับ ส่วนเราขอไปแอ๊ดชั่นกับ Twin Tower แบบใกล้ๆ ก่อนนะ แล้วค่อยมาสำรวจตลาดนะ
 
          มัสยิดสีชมพู เป็นสถานที่สำคัญของชาวมุสลิมที่นี่ และจะมีชาวมุสลิมมาทำละหมาดกันที่นี่เยอะมากในวันสำคัญ และที่สถานที่สำคัญอีกที่ใกล้ๆกัน จะเห็นทรงโดมหลังคาสีเขียวนั้นคือ ทำเนียบรัฐบาลของมาเลเซียนะ และพวกเราก็มาจบทริปของมาเลเซียกันที่นี่ 4 วัน 3 คืน  ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปยังสนามบิน เพื่อกลับบ้านเรา ฮ่าๆๆ ลัลลา มาเลเซีย
 
 
 
 
ส่งท้ายนะครับ เปิดหู เปิดตา เปิดโอกาสให้กับตัวเอง กับการท่องเที่ยว แล้วท่านจะรู้ว่ามีอะไรอีกมากมายในโลกใบนี้ ที่เรายังไม่รู้นะครับ บ๊าย บาย นะครับ
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ภาพเยอะนะเนี่ย น่าไปจัง ครั้งหน้าไปไหนคะ

#9 By ฝน (183.89.29.126) on 2010-11-28 18:32

น่าสนุกจังเลยค่ะ..
ครอบครัวก็น่ารัก big smile

#8 By PunPrai on 2010-11-22 00:00

555 เพิ่งเห็นคะ ว่าชื่อคล้ายกันจริงๆ
แต่หนูทำเป็นแค่ชื่อเอนทรี่แหละคะ เพราะคงไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินทางเยอะขนาดพี่

ปล.ทริปเดินทางของพี่อ่านแล้วน่าสนุกมากเลยคะcry

#7 By MaMIW on 2010-11-14 15:11

next trip - KOREA นะ นะ พวกเรา

#6 By Aeh (82.210.255.132) on 2010-11-04 12:40

ลองไปแล้วครับอร่อยมากเลยquestion question

#4 By mill (223.207.92.126) on 2010-11-02 21:54

ไปมาเลย์ ต้องลองมะกุดเต๋ค่ะ อร่อยมากๆ

#3 By katak on 2010-11-01 08:22

มุกไปเลย ยังใช้ได้ทุกศตวรรษ อิอิ

#2 By [ANA]* on 2010-10-31 18:15

น่าไปจัง
confused smile

#1 By lightness on 2010-10-31 15:02

Tags