2009/Nov/28

 

  สวัสดีครับ        

          มาแล้ว เริ่มแล้ว ช่วงฤดูการท่องเที่ยวของ ทุกๆ คน ที่ได้ตระเตรียมการ แผนการท่องเที่ยวเอาไว้ แน่นอนโซนพื้นที่คงจะหนีไม่พ้นภาคเหนือของเรา และพวกเราก็เช่นกันที่ทริปนี้ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ "ดอยแม่อูคอ และปางอุ๋ง" เหตุที่เลือกเพราะว่า "ดอยแม่อูคอ"เป็นช่วงที่เต็มไปด้วย "ดอกบัวตอง" ที่พร้อมใจกันบานต้านรับลมหนาวเต็มเทือกเขา ส่วน "ปางอุ๋ง" ก็แน่นอนละครับ ที่แห่งนี้ใครๆ ก็รู้ว่าสวยงามจนสุดจะบรรยาย แต่ผมก็จะบรรยายให้อ่าน และมีรูปสวยๆ มาให้ดูกัน ตามแบบฉบับของ "บันทึกปลายทาง" กันนะครับ

            เราวางแผนการเดินทางกันว่าจะออกจากกรุงเทพฯ แล้วเข้า อ.จอมทองแวะดอยอินทนนท์ เผื่อจะไปดอยแม่อุคอ โดยผ่าน อ.แม่แจ๋ม อ.ขุนยวม หลังจากนั่นก็เข้าแม่ฮ่องสอน เผื่อไปน้ำตกผาเสื่อ ปางอุ๋ง หมุ่บ้านรักไทย โดยผ่าน อ.ปางมะผ้า ปาย แม่แตง เข้าเชียงใหม่ และกลับกรุงเทพฯ 

            19/11/09 22:00 เริ่มต้นของการเดินทางจาก กทม. ไปถึง อ.จอมทอง ก็เช้าพอดี พวกเราเริ่มการท่องเที่ยวที่ดอยอินทนนท์ด้วยสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนน์ ซึ่งมีทิวทัศน์ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ต่าง ๆ ที่สวยงามให้เที่ยวชม ต่อด้วยสวนหลวงสิริภูมิ และน้ำตกสิริภูมิ ซี่งอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กัน 

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นสถานีวิจัย สังกัดมูลนิธิโครงการหลวง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าไปดูรายละเอียดได้ http://www.royalinthanon.com

 

สวนหลวงสิริภูมิ เป็นโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ภายในสวนหลวงเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ ซึ่งจัดได้สวยงาม และที่สำคัญมีน้ำตกสิริภูมิ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่ก็สวยเหมาะกับสวนหลวงเป็นอย่างยิ่ง แต่นักท่องเที่ยวที่เข้าชม ต้องเสียค่าธรรมเนียม 20 บาทด้วยนะครับ เอาไว้ช่วยงานในโครงการนะครับ มาถึงที่แล้วต้องเข้าชมให้ได้นะ

ดอยอินทนนท์  เป็นสถานที่ ที่ผู้เดินทางมาถึงคงไม่พลาด เพราะเป็นสถานที่สำคัญ เป็นที่ประดิษฐานของ        พระมหาธาตุเจดีย์ ทั้ง 2 องค์ คือ นภเมทนีดล และ นภพลภูมิสิริ  ส่วนพื้นที่ ที่พลาดไม่ได้ คือ จุดสูงสุดแดนสยาม ต้องไปเก็บภาพเอาไว้เป็นที่ระลึกให้ได้นะครับ

            20/11/09  12:30 ออกเดินทางจากดอยอินทนนท์ ไปทาง อ.แม่แจ่ม เพื่อไปทุ่งบัวตองดอยแม่อุคอ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด แต่ก็เอาเรื่องพอควรเพราะเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยว ถึงดอยอูคอประมาณ 4 โมงเย็น แสงและอากาศกำลังดี เขาทั้งเขาเป็นสีเหลืองเลย แต่ก็เหนื่อยเกินไปที่พวกเราจะสนุกสนาน ตกลงเอาไว้รุ่งเช้ากันดีกว่านะพวกเรา ค่อยไปลุยกันนะ

          21/11/09  09:00  ดอยแม่อูคอ  เนินเขาสีเหลืองอร่าม ที่ครอบคลุมไปด้วยดอกบัวตอง ที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งท้าลมหนาว เหมือนเป็นการต้อนรับให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือน  แม้ว่าการเดินทางจะหลายพันโค้งก็ตาม แต่ภาพประทับใจที่ได้เห็นทำให้หายเหนื่อยกันไปเลยครับ

 

น้ำตกแม่สุรินทร์ เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่สวยงามมาก  อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ตัวน้ำตกมีเพียงชั้นเดียว ที่เกิดจากแม่น้ำสุรินทร์ ทิ้งตัวจากหน้าผาสูงเกือบ 100 เมตร

          หลังจากที่ได้สนุกสนาน และได้ซึมซับกับบรรยากาศกันอย่างเต็มที่ ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อมุ่งหน้าไปบ้านรวมไทย (ปางอุ๋ง) นั้นคือจุดหมายปลายทาง แต่ขอเข้าไปสักการะ "พญาสิงหนาทราชา" เจ้าฟ้าองค์แรกที่ปกครองเมืองขุนยวม (ชื่อเดิม) จังหวัดแม่ฮ่องสอน กันก่อนเพื่อเป็นสิริมงคล

          หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยังน้ำตกผาเสื่อ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางไปปายเพียง 18 กม.เอง

          และแล้วเราก็ถึงบ้านรวมไทย หรือปางอุ๋ง ก็ประมาณ 16.00 น.กว่าๆ ซึ่งเราจะพักกันที่นี่ แต่ก่อนอื่นขอหาสถานที่ ทำเลเหมาะๆ กางเต้นท์กันก่อนดีกว่า ส่วนความประทับใจของที่นี่ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าให้มีแดดอ่อนๆ ไอหมอกบางๆ แล้วมาเก็บบภาพให้เต็มที่กันเลย แต่ตอนนี้ขอกิน และนอนก่องเลยนะ

                 22/11/09  08:30  บ้านรวมไทย และปางอุ๋ง สถานที่นี้ขึ้นชื่อว่าได้บรรยากาศแบบสวิตเซอร์แลนด์ คนที่ไม่เคยไปสวิตเซอร์แลนด์ ก็คงจะงงๆ นะแบบไหนว่ะ คงจะนึกภาพเอาว่าอากาศเย็นๆ สบายๆ ดอกไม้สวยๆ มั๊ง แต่บังเอิผมได้เคยไปสวิตเซอร์แลนด์มาครั้งหนึ่ง ขอบอกว่าพอได้นะ ความสวยของแต่ละที่ ไม่ขอเทียบแล้วกัน บอกว่าได้ใจเลยละ

          ส่วนด้านทางเข้าของอุทยานเป็นหมู่บ้านรวมไทย คนที่นั้นอยู่กันอย่างสบายๆ ใช้ชีวิตพอเพียงตัวจริงเลยละ แต่ละบ้านก็ขายของเล็กๆ น้อยๆ ชา กาแฟ มีให้บริการ บ้างก็ขายของที่ระลึก เช่นพวงกุญแจ โปสการ์ด แม็กเนทติดตู้เย็น เสื้อคอกลมลายสรีนน่ารัก ให้ขาช๊อปไปกรั๊ดกันสนั่นเลยละ ไงๆ ก็อุดหนุนช่วยกันนะ (นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลเรื่องรถ มีที่จอดรถในวัดได้อย่างสบาย)

          แต่อย่าลืมนะครับ ก่อนเข้าไปพักที่ปางอุ๋งจะต้องมีการแจ้งชื่อจองสิทธิ์ไว้ก่อนนะครับ สามารถติดต่อได้ 2 ที่ คือ โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ฟรี! และศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน (เสียค่าธรรมเนียมด้วย) ส่วนที่พักแบบโฮมสเตย์ ก็มีให้บริการในหมู่บ้านรวมไทยมากมายครับ ติดต่อได้เลย

บ้านรักไทย  ตั้งอยู่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองจ.แม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนาน บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้เหมาะกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของหมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่อุดมสมบูรณ์  บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ (บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะครับ

พระตำหนักปางตอง   มีสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และฟาร์มแกะเล็กๆ มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแกะ เช่นสบู่ ครีมรกแกะ (ขอบอก 120 บาทเองถูกมากกก) ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า ให้ได้ช๊อปกันครับ มีร้านอาหาร กาแฟสด ชาหอมๆ ไว้คอยให้บริการด้วยครับ

เก็บตกท่องเที่ยวรายทางก่อนกลับ

          เรียบร้อยสำหรับทริปนี้ ต้อนรับลมหนาวได้อย่างสะใจ เพื่อนๆออกเดินทางกันหรือยังครับ เที่ยวเมืองไทย อย่างไรก็สวยครับ  ติชมได้เลยนะครับ บาย.............

 

2009/Nov/07

 สวัสดีครับ

          ล่องใต้อีกครั้ง จ.ภูเก็ตครับที่เราไปกัน ครั้งนี้เดินทางเมื่อ 22 ต.ค.52 ช่วงเย็นๆ  ไปแวะพักที่  จ.ชุมพร    1 คืนแล้วออกเดินทางต่อตอนเช้า เดินทางไปแวะเที่ยวไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงภูเก็ตก็ปาเข้าไป 4 โมงเย็นกว่าๆ

          และระหว่างการเดินทางที่เราแวะไปเที่ยวถ่ายรูปเก็บภาพเอาไว้ กล้องคู่ใจ เกิดชำรุดขึ้นมาสะงั้น อาการของมันถ่ายรูปแล้วไม่รับภาพ แถมจอ LCD ดำสนิททำอะไรไม่ได้เลย จึงมีความจำเป็นต้องไปหากล้องใหม่ สำหรับเก็บภาพทริปนี้ มิฉะนั้นงานนี้แย่แน่ๆๆๆๆ !!! 

 สุดท้าย!!! เราก็เอาเจ้า canon A480 มาใช้สำหรับงานนี้ก่อง พอที่จะเก็บภาพมาให้ได้ชมกัน...

เราพักกันที่นี่ 3 คืน ( หลับซำบาย สะ  )

เช้าวันแรกที่ภูเก็ต มาพบขบวนแห๋ม้าทรง ในเทศกาลกินเจพอดี

เดินดูขบวนแห่จนเหนื่อย มาเจอะเจอ ร้านขายโรตี น้ำแกง อาหารดั้งเดิมของภูเก็ต อร่อยดี

 

เดินชมเมืองภูเก็ต อาคารรูปทรงเก่าๆ และลานมังกรทอง สถานที่จัดงานขบวนแห่ม้าทรง

 

ขอเก็บภาพกันสะหน่อย  และเย็นวันนั้นก็มีการเดินลุยกองไฟด้วย ขอบอกตื่นเต้นมาก !!!

 

 รุ่งเช้าของอีกวัน.... ไปเที่ยวเกาะพีพี

 เดินทางด้วย Speed Boat อย่างเร็วประมาณ 1 ชม.ก็ถึงเกาะพีพี แล้ว

 กัปตันหาจุดหมายได้ที่... ก็กระโจนลงดำน้ำ ดูปลาสวยงาม ปะการังหลายๆ แบบ มันส์ๆๆๆๆ

 แวะมาอ่าวมาหยา ให้เดินเล่น ลุยน้ำ ถ่ายรูปกันนิดส์....

 ต่างคน ต่าง action เอากันเข้าไป (หนุกหนาน...ฮิ ฮิ ฮิ)

 หลังจากกินข้าวเที่ยง ขอย่อยด้วยการเหาะ เช็คน้ำหนักหน่ย ว๊าว...

 สามัคคีกัน action เอ๊า 1 2 3 แช่ะ ๆ ๆ 

 เจ้าปูเสฉวน เดินหลงทางมาให้เก็บภาพ มองกล้องด้วย

 กลับแล้วขออุดหนุนของฝากหน่อย... แม่ค้าใจดีให้ปูจักจั่นมาชิม 2 ตัว อร่อยดี.. ไปละครับแล้ว 

เจอกันใหม่ทริปหน้า  ท้าลมหนาว...

 

 

 

 

 

2009/Oct/08

สวัสดีครับ

          ได้มาอัพเดทอีกเรื่องแล้ว ทริปนี้ตามที่หัวเรื่องบอกไว้ เที่ยวเขาใหญ่ครับ พวกเราเดินทางวันที่ 26 ก.ย. 52 เส้นทางเราใช้เส้นทางเข้าปราจีนบุรี คิดว่าสะดวกที่สุดแล้วละ แน่นอนการเดินทางของเรา การแวะสถานที่ต่างๆ เป็นประเด็นหลักของเรา ก่อนที่จะถึงเป้าหมาย ในครั้งนี้เส้นทางที่เราไป ได้ผ่านสถานที่สำคัญที่หนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี นั้นก็คือ "ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" พวกเราจึงได้เข้าไปสักการะท่านซึ่งภายในจะเต็มไปด้วยรูปปั้นไก่ที่มาถวายกัน

            พวกเราเดินทางต่อเพื่อขึ้นเขาใหญ่ ในวันที่เดินทางสภาพอากาศค่อนข้างจะมีฝนมาก แต่โชคดีระหว่างที่เดินทางเจอฝนไม่มากนัก และแล้วพวกเราก็มาจุดท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ แน่นอน "น้ำตกเหวนรก" ที่นักเที่ยวไม่ควรพลาด เพื่อทดสอบกำลังการเดินทางเข้าสู่น้ำตก อืม... เอาสะเหนื่อย เหมือนกัน แฮก ๆ ๆ ๆ

          จากน้ำตกเหวนรก พวกเราก็มุ่งหน้าสู่ "ผาเดียวดาย" แต่บังเอิญฝนตกลงมาพอดีทำให้การเดินทางไปดูผาเดียวดายค่อนข้างลำบาก และอีกอย่างเส้นทางที่ไปเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขึ้นรกรุงรัง ทำให้สถานที่หมดความสวยงามไปมาก แต่เหนือขึ้นไปมีสถานที่ของหน่วยราชการตั้งอยู่ และมีพื้นที่เป็นหน้าผาอยู่ส่วนหนึ่งเรียกว่า "ผาตรอมใจ" ช่วงเวลาที่เราไปถึงมีหมอกลงหนามาก พร้อมละอองฝน บรรยากาศดีมากๆ พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในส่วนที่เรีกว่า "เขาเขียว" เป็นจุดที่สุงที่สุดในภาคกลาง ถ้ามีโอกาสอยากให้เข้าไปชมกันนะครับ

          หลังจากฝนได้เบาบางลง พวกเราก็มุ่งหน้าไป "น้ำตกเหวสุวัต" ซึ่งเป็นน้ำตกอีกแห่งบนเขาใหญ่

ระหว่างเส้นทางของน้ำตก ได้สัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ อดไม่ได้ที่เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

          ภาระกิจเสร็จเรียบร้อบพวกเรามุ่งหน้าเดินทางออกจากเขาใหญ่ เพื่อไปยังที่พักของเรา ในครั้งนี้ได้จองบ้านพักเอาไว้ชื่อ "บ้านภูนรินทร์" หลังจากที่เข้าพัก และสัมผัสกับรรยากาศรอบๆ บริเวณที่พัก ต้องขอบอกว่าดีมากๆ ถ้าได้มาสัมผัสช่วงหน้าหนาวละก็โอ้โห... ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก ทะเลหมอกเห็นๆ ขนาดวันที่พวกเราไปพักยังไม่เข้าหน้าหนาวหมอกยังกระจาย ว๊าว..(สุโค้ย)

          แถมยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่นกัน อย่างเช่นการสไลด์เนินหญ้าด้วยถาดพลาสติก จากที่สูงลงมาด้วยความลาดชัน ได้อารมณ์ตื่นเต้น สนุกสนาน หัวทิ่ม ตีลังกา กันอย่างเมามัน ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย ที่ดีอย่างมากเลยละ... จะบอกให้ คอมเฟิร์ม

          ทริปนี้ถือว่าพวกเรามาพักกันอย่างชิว ชิว ไม่ต้อง adventure กันมากมาย ซึมซับกับบรรยากาศ สูดโอโซนให้เต็มปอด เก็บพลังเอาไว้ทริปต่อไป 555.... เอาละส่งท้ายกัน ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน ก็เก็บตกสถานที่ต่างๆ ที่พอจะมีเวลา

เอาไว้ทริบต่อไป จะมาอัพเดทให้อีกนะครับ 

 

2009/Jul/05

 

สวัสดีครับ

          ทริปก่อนหน้านี้ได้ไปชัยภูมิ มาทริปนี้ก็ไม่ได้ไกลกันเลย แค่ต่างที่กัน แน่นอนครับ "ชัยภูมิ" อีกครั้ง เนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาล "ทุ่งดอกกระเจียว" จึงไม่อยากพลาด เพราะไม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติของทุ่งดอกไม้สวรรค์กันมาหลายปีแล้ว จีงถือโอกาสนี้สะเลย

          พวกเราเริ่มต้นที่ "อช.ป่าหินงาม" ชมความงามของ "ผาสุดแผ่นดิน" เป็นที่สิ้นสุดของแผ่นดินอีสานด้านตะวันตก ซึ่งสามารถมองเห็นป่าซับลังกา จ.ลพบุรี ได้อย่างสวยงาม

 

          ภายใน อช.ก็มีทุ่งดอกกระเจียว ให้ได้ชมอย่างงดงามอยู่บ้าง แต่เนื่องจากที่นี้ดอกได้บานเต็มที่แล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่าที่นี้ ดอกจะบานเร็วกว่าที่อื่น อดใจไว้ดูที่ทุ่ง อช.ไทรงาม จะสวยกว่า นะ แบบนี้ก็โอเคเลย.....

           ไปดู "ลานหินงาม" กันดีกว่าพวกเรา ด้วยรูปทรงอันเป็นธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะเนื้อดิน และหินทรายที่จับตัวกันอย่างหลวมๆ ออกไป ส่วนที่แข็งก็ยังคงรูปไว้ทำให้เกิดเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น หินรูปถ้วยฟุตบอลโลก (ถ้วยฟีฟ่า) หินรูปทรางจานเรดาห์ หินรูปทรงแม่ไก่ และอื่นๆ มาก ที่เราได้เห็นอยากมากมาย

 

          เป้าหมายต่อไป "อช.ไทรทอง" แน่นอนพลาดไม่ได้ก็คือ "ทุ่งบัวสวรรค์" นั้นเอง ซึ่งจะมีอยู่หลายทุ่งด้วยกัน แต่ทาง อช.ได้เปิดให้เข้าชมได้บางทุ่งเท่านั้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางท่านไม่อนุรักษ์ธรรมชาติ เหยีบย่ำดอกไม้ ทุ่งหญ้ากันอย่างสบายเท้า แค่จะถ่ายภาพตัวเองกับดอกไม้ แต่ไม่ได้เห็นใจดอกไม้กันเลย ฮือๆๆๆๆ   

          เนื่องจากว่าเราไปถึงก็บ่ายเกือบเย็นแล้ว พร้อมกับมีฝนตกลงมาด้วย จึงไม่เหมาะที่จะไปลุยชมดอกไม้กัน เอาแค่ไปเสียวๆกับ "ผาหำหด" กันดีกว่า ส่วนชมดอกไม้เอาไว้ลุยเช้าๆ ดีกว่า

          หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจของการเที่ยวชมกัน แน่นอนคืนนี้ละจะนอนกันที่ไหนดี ฝนเจ้ากรรมก็ดันมาตกสะอีก พวกเรากะว่าจะกลางเต้นท์นอนกันที่ลานผาพ่อเมือง แต่มันเปียกและชุ่มช่ำเกินไปที่กลางเต้นท์นอนกันได้ จึงตกลงกันลงไปกลางเต้นท์นอนที่หน้าทำการ อช.แล้วกัน ซึ่งพอที่จะมีที่หลบฝนกันได้

          เหมือนฟ้าเป็นใจลงมากลางเต้นท์ แดดออกได้อยางสะใจมาก สบายแล้วพวกเราคืนนี้ ไม่ต้องกลัวฝน หลังอาหารมื้อเย็นเตรียมจะเข้านอน ไม่รู้ว่าลม หรือพายุ มาจากไหนแรงมาก ดีนะที่มีต้นไม้เยอะพอจะชะลอความเร็วของลมลงไปบ้าง แต่ที่ไหนได้ละ พี่ลมดันพาน้องน้ำฝนมาด้วยสิ ที่นี้ละวงแตกกันเลยครับ น้ำฝนลงมาอย่างแรง โชคดีที่ใต้อาคารยังมีที่ว่างพอ ย้ายเต้นท์ไปสักหลังให้ได้หลับนอนกันอย่างสบาย ส่วนเราก็รีบไล่น้ำออกจากเต้นท์ไม่ให้ท่วม และหลับไปในที่สุด

         อรุณเบิกฟ้า นกกาบินว่อน.... ฟ้าหลังฝนในยามเช้า สดใส สดชื่น เสียนี่กะไร ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ โอโซนจ๋า โอโซนขอสูดให้เต็มปอด อ่า.. Zzzzz สบายจัง        

          หลังอาหารเช้า เก็บสัมภาระ เรียบร้อย ได้เวลาไปตะลุยกันต่อ ไปเที่ยวละนะ

 

ได้ออกเดินกำลังยามเช้า พร้อมได้ชมธรรมชาติแถมกับอากาศอันบริสุทธิ์ โอ้ว..มันยอดมากเลยครับพี่น้อง อยากให้เพื่อนๆ ได้มาสัมผัสกันคร๊าบ....

ระหว่างทางได้แอบถ่ายธรรมชาติ ไว้เป็นที่ระลึก เก็บไว้ดูเมื่อยามคิดถึงพวกเจ้า

 

         สนุกกันเต็มที่กับทริปนี้ แม้จะมีอุปสรรคของฝนมาบ้าง แต่นี้ละครับ สีสันของการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติจริงๆ อยากให้ได้มาสัมผัสกันนะครับ แล้วคุณจะรู้สึกดี และหลงรักธรรมชาติขึ้นมามากมาย เพราะพวกเค้าให้อะไรหลายๆ อย่างกับพวกเราจริง "ท่องเที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้" 

           

2009/May/13

 

 

 

 สวัสดีครับ..........

          การเดินทางท่องเที่ยวเริ่มอีกครั้ง หลังจากเว้นช่วงมานานจากต้นปีที่ไปน่านกัน ครั้งนี้พวกเราจับกลุ่มเดินทางมายัง จ.ชัยภูมิ ตอนรับหน้าฝนก่อนจะเข้าเทศกาล "ทุ่งดอกกระเจียว" ทริปนี้ได้ติดต่อขอเข้าพักที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว  และที่ อช.ตาดโตน ก็ถือว่าเป็นทริปแบบธรรมชาติครับครั้งนี้ ไปสูดโอโซน ให้เต็มปอด และในทริปนี้เรามีผู้ช่วยในการเดินทาง "GPS Garmin 205W" ทำให้เราเดินทางสบายขึ้น แม้ว่าเครื่องจะบ่นมากๆ ตอนที่เราไม่ไปตามทางเส้นทางนั้นๆ ฮ่าๆๆๆ แต่ก็สนุกมากครับ

ไปทางนี้ โอเค เลยจ้า

          ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ มีทุ่งกว้างๆ ที่เรียกว่า "ทุ่งกระมัง" เจ้าหน้าที่บอกว่ามีสัตว์ป่าเยอะมาก โดยเฉพาะพวกตระกูล เก้ง กวาง เนื้อทราย แถมดึกๆ ยังมี เม่น มาเดินป่วนเปี้ยน แถวหน้าบ้านพักให้เห็นกันด้วย เล่นเอาแบบใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ  (ปล.เจ้าหน้าที่บอกว่า อย่าเอาสัมภาระทิ้งไว้ท้ายรถปิคอัพ เพราะตกดึกเจ้าของพื้นที่ พวกสัตว์ป่าทั้งหลาย จะมาช่วยกันตรวจค้นกันกระจายเลยนะครับ)

           หน้าที่ทำการ จะมีเจ้าเนื้อทราย ตัวเก่ง ซึ่งคุ้นเคยกับคนมาก มาเดินอวดโฉมทรวดทรงสวยงาม พร้อมเก๊กให้ถ่ายรูปกันด้วย  น่ารักดีครับ

          เลยจากทางเข้าที่ทำการไปอีกประมาณ 3 กม. จะเป็นเขื่อนจุฬาภรณ์ ให้เข้าชมสันเขื่อน สวนพักผ่อนสวยๆ ถ้าใครชอบกีฬากอล์ฟ ก็พกพาอุปกรณ์การเล่นไปด้วยก็ดีนะครับถ้ามีเวลาพอ เพราะในเขื่อนมีสนามกอล์ฟขนาดย่อมๆ วิวสวยดี ให้ได้ออกกำลังกายกัน ฮืม........

          อช.ตาดโตน มีน้ำตกตาดโตนได้พอให้ได้เล่นน้ำกัน และมีบ้านพักหลายแบบ ให้ได้จองเข้าพักกันสบายๆ มีเครื่องอำนวยความสะดวก โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมให้ประกอบอาหารการกิน ได้ตามสบาย แต่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยนะครับ....

          สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งครับ คือ "มอหินขาว" แต่ต้องขับรถเข้าไปอีกประมาณ 25 กม. รถเก๋งเข้าไปได้สบาย แม้จะเนินเขาเล็กๆ เส้นทางการเดินรถ ลาดยางครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเข้าหมู่บ้านเป็นดินแดง เรียบไม่ใช่ลูกรัง แต่มีป้ายบอกเส้นทาง ของชาวบ้าน บอกไว้ว่า "มอหินขาว เบาๆ ฝุ่น" ผู้ใช้เส้นทางก็คิดเอานะครับ  ฮ่าๆๆๆๆ ช่วยๆ กัน

          อาหารสำหรับทริปนี้ น่ากินไหม และอร่อยมากด้วย ฮ่าๆๆๆๆ

สุดท้ายนี้ เก็บรูปมาฝาก และไปเที่ยวเมืองไทยกันนะ.... ครับ

 

 

2009/Jan/12

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2552

          เริ่มต้น พ.ศ.ใหม่ด้วยการเที่ยว ให้สบายใจกันทั่วหน้า เพื่อเก็บเติมเสริมพลังกันให้เต็มที่ เอาไว้ลุยงานหลังหมดเทศกาล เช่นกันทริปของพวกเรายังขึ้นเหนือต่อจากทริปที่แล้ว แต่คนละฝากฝั่ง คนละพรมแดนของเพื่อนบ้าน

          พวกเราไปจังหวัดน่านกันครับ หรือเมือง "นันทบุรี" ในอดีต หนึ่งในอาณาจักรล้านนาตะวันออก เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ ประเพณีดีงาม ธรรมชาติสวย ให้พวกเราได้ศึกษา และเพลิดเพลินไปกับสถานที่ต่างๆ พร้อมกันหรือยัง เริ่มกันเลย...

          เราออกเดินทางในคืนวันที่ 30 ธ.ค. คืนแห่งการเดินทางของหลายๆคน โดยใช้เส้นทางสุพรรณบุรี แทนมอเตอร์เวย์ ช่วยให้การเดินทางของเราดีขึ้นมากเลย ถึงจุดหมายแรกที่แพร่ ยังไม่สว่างเลย ตระเวนขับรถตรวจสอบเส้นทางในตลาด หาอะไรอร่อยๆในตลาดยามเช้ากินกัน แต่ไม่มีเลยอะ สงสัยจะเช้าไป หนาวด้วย

          จนรุ่งเช้าของวันที่ 31 ธ.ค. ที่ จ.แพร่ ได้พบกับเมืองในหมอกของแท้ ขนาดในเมืองหมอก มหาศาลขนาดนี้ แล้วบนดอย....กึ๋ย#@%!  ไม่ยากจะคิดเลย  หลังจากผ่าดงหมอก มาจนสายก็เริ่มได้แวะเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตามไปเลย

      

   

   

   

     

            

    

              

    

               

    

     

2008/Nov/07

 

 สวัสดีครับ....

          มาอัพเดท blog กันหน่อยช่วงนี้ค่อนข้างห่างๆ เพราะทริปเดินทางน้อยลง แต่ก็ยังพอมีมาให้ได้บันทึกกันบ้าง  ทริปนี้เดินทางขึ้นตอนบน  "เที่ยวเมืองระแหง" สงสัยใช่ไหมละ ว่าคือที่ใด บอกเลยแล้วกันครับว่าเป็นชื่อดั้งเดิมของ "จังหวัดตาก" ครับ

          สำหรับทริปนี้ แผนการเดินทางพวกเราจะเลาะขอบจังหวัดตากไปเรื่อยๆ แวะพักตามอุทยานฯ ต่างๆ เท่าที่เวลาจะอำนวย สำหรับการเดินทางครั้งนี้เราเริ่ม 23-26 ต.ค. 51

          แต่ด้วยเป็นช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาว และสภาพภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ต้องผจญภัยไปกับฝน ทั้งนอน เที่ยว กิน น้องฝนมาแจมตลอด   แต่ก็ถือว่าเป็นความสนุกอีกแบบ และก็ได้ภาพเก็บมาฝากกันพอควร ....

 

 

          

          ทริปนี้ไม่มีคำบรรยายมากถือว่าฟ้องด้วยภาพแล้วกัน และทริปต่อไปค่อยมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ

 

ปล. ชม bolg แล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ ให้ด้วยนะครับ ถือว่าเป็นตั๋วเข้าชมนะ ขอบคุณครับ

 

 

 

 

2008/Oct/13

สวัสดีครับ เพื่อนๆ

          สำหรับทริปนี้มาแปลกหน่อย ไม่ได้ไปไหนไกลมากครับ เดินทางกันรอบๆ กรุงเทพฯ เรานี่เอง ลืมบอกไปว่าเป็นงานเลี่ยงอำลาเพื่อน ชื่อว่า"น้องแป้ง" เธอไม่ได้อำลาไปต่างประเทศที่ไหนหรอกครับ แค่เธอลาออกจากที่ทำงาน ฮ่าๆๆๆ  ก็เป็นไปตามประเพณี ก็ต้องมีบ้าง เพื่อความทรงจำที่ดีต่อเพื่อนๆ .... เอางั้นแนะนำก่อนเดี๋ยวจะไม่รู้ว่าคนไหน "น้องแป้ง"

 

          งานนี้พวกเราเริ่มต้นกัน กับมื้อเย็นที่ร้านอาหาร "นนท์นที" ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.นนทบุรี เป็นสวนอาหารค่อนข้างกว้างขวาง มีหลากหลายให้ได้เลือกนั่งรับประทานอาหารกัน สถานที่ตั้งอาจจะหายากสักหน่อย เอาเป็นว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ ลงสะพานพระราม 5 ชิดซ้ายเข้าคู่ขนาน ปากทางเข้ามีป้ายเข้าวัดสังฑทาน ให้เลี้ยวเข้าซอยตรงไปเรื่อยๆ รับรองเลย อืม...ไม่ใช่ รับรองเจอชัวร์ 

          สำหรับงานนี้จะต้องขอขอบคุณพี่ๆ ทั้ง 2 (ขอสงวนนามเอาไว้ก่อน เพราะยังไม่ได้ขออนุญาตให้เปิดเผย ถ้าอนุญาตจะมาอัพเดทให้นะครับ)ที่ได้เป็นเจ้าภาพให้ ก็อิ่มหนำสำราญกันไปตามๆ กัน แถมส่งท้ายมื้อนี้ด้วยฝนกระหน่ำ เอาสะชุ่มฉ่ำกันไปทั้งร้านเลย (ดีนะที่อิ่มเสียก่อน โอ..เลยเรา)

          นนท์นที นอกจากจะมีร้านอาหาร ยังมีอีกส่วนที่เป็นรีสอร์ทและสปาเปิดให้บริการ เป็นลักษณะแบบบ้านสวนร่มรื่นดี แต่คืนที่เราไปพักฝนกระหน่ำมาจนน้ำท่วม ต้องลุยน้ำลุยฝน ชุ่มช่ำไปตามๆ กัน แต่ก็เย็นสบายดี

    

    

    

    

    

          หลังจากได้ออกจากที่พัก พวกเราตกลงกันไว้แต่เมื่อคืนแล้วว่าจะไปเที่ยว "Dream World" กันต่อเพื่อส่งท้าย น้องมิลล์เลย Happy ไปเลยเพราะว่าปิดเทอมจะมาที่นี่อยู่แล้ว ได้โอกาสเอาแบบรอบเดียว  ไหนๆ ก็ไหนแว้ว....

  

    

    

    

           

    

    

          เอาละครับทริปนี้ก็สนุกกันไป งานเลี้ยงก็ต้องมีเลิก และท้ายนี้ก็ขอให้ "น้องแป้ง" จงประสบแต่ความโชคดีในหน้าที่การงาน และ ขอให้มีความสุขตลอดไปจ้า ทริปต่อไปมีโอกาสร่วมเดินทางกันอีกก็มาสนุกสนานกันได้เลยครับ ท้ายของท้ายสุดทราบว่าเป็นสาวกของน้องเหมียวคิดตี้ ให้เป็นของขวัญส่งท้ายแล้วกันครับ.....

อ่าน-ดู จบแล้ว อย่าลืม click  เพื่อ comment เป็นค่าเข้าชมด้วยนะครับ  ขอบคุณมากครับ

2008/Sep/08

 

 

 

 

 สวัสดีครับ แฟนคลับ

          ทริปนี้ เป็นครั้งที่ 2 สำหรับการออกทะเลไปตกปลา ที่ จ.ตราด โดยเช่าเหมาเรือกันออกไป 2 วัน 2 คืน  จุดหมายนัดลงเรือกันที่แหลมงอบ กว่าจะได้ออกเดินทางก็ 5โมงเย็นกว่าๆ เข้าไปแล้ว  สำหรับทริปนี้ เป้าหมายของพวกเราคือการล่าปลาอินทรีย์กัน เนื่องจากเป็นฤดูกาลของมัน พวกเราจึงไม่อยากพลาดโอกาสนี้ เพราะครั้งที่แล้วได้ปลาอินทรีย์มาแค่ตัวเดียว งานนี้ขอลุยเต็มที่ Go Go Go!!

           

    

          สถานที่เรือออกเดินทางจากแหลมงอบ ก็มุ่งหน้าไปยังรอบๆ เกาะช้าง ตระเวนไปตามเกาะกูด เกาะหมาก เกาะรัง และอีกมากมาย และแน่นอนครับ พวกเราเริ่มหย่อนเบ็ดตกปลากันตั้งแต่หัวค่ำ หลังอาหารมื้อเย็น เริ่มด้วยการตกปลาหมึก เพื่อนำมาเป็นเหยื่อตกปลาต่อไป แต่พอตกดึกสักประมาณ ตี2 ตี3 คนเรือก็เริ่มจับปลาหมึก ด้วยเครื่องมือเฉพาะ ได้มาหลายกิโลเลย.....   ได้ตัวใหญ่ๆ ก็มีนะ  (หลังจากนั้น ก็ขอหลับก่อนนะ.....)

         

     

          เริ่มต้นวันใหม่ หลังจากอาหารเช้า ถ้าจะล่าปลาอินทรีย์กัน เหยื่อที่ต้องใช้คือปลาทู (แบบเป็นๆ ยังไม่ตายอะ) เพราะว่าปลาอินทรีย์จะกินปลาที่ว่ายบนๆ น้ำ ไม่กินเหยื่อบนพื้นดินใต้ทะเล แต่พวกเราไม่มีสักกะตัว ทำไงกันดีละ แผนการล่าปลาอินทรีย์ และแล้วกัปตันของเราก็ใช้แผน 2 ก็คือไปขอแบ่งปันปลาทู มาจากเรือหาปลาทูกันเลย

          หลังจากได้เหยื่อมาพอสมควร ยุทธการ การล่าปลาอินทรีย์ ก็เริ่มต้นขึ้น โดยผู้ชำนาญการ ก็หลายคันเบ็ดด้วยกัน กะว่าจะได้กันเยอะๆ    (เอาเลย กัปตันมิลล์ เดินหน้าเต็มตัวคร๊าบ....)

    

     

    

    

    

          หลังจากได้ปลากันมาเต็มลำเรือ ทั้งปลาเล็ก ปลาใหญ่ พอใจกันทุกๆ คน ก็เริ่มเดินทางกลับเข้าฝั่ง กันอย่างสบายใจ เพราะอย่างไรทริปนี้ก็ถือว่าผลงานอยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว รับรองกินกันจนเบื่อละ หลังจากได้เข้าถึงฝั่งกันโดยสวัสดิภาพ ก็ได้มาสักการะ กรมหลวงชุมพร ที่อนุสาวรีย์ยุทธนาวีเกาะช้าง เพราะเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตราด ที่นักท่องเที่ยวควรจะเข้ามาสักการะท่านทุกครั้งที่มาเยือน ณ ที่แห่งนี้

    

    

          และเลยจากจุดนี้ไปอีกไม่กี่กิโล ก็เป็นจุดที่นักท่องเทียวควรจะมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะครับ เพราะเป็นสุดแผ่นดินตะวันออก

    

    

    

เอาละครับ ทริปนี้ก็คงต้องจบกันที่จุดนี้ละครับ เอาเป็นว่าทริปออกทะเล ไปหาปลา #2 นี้ ตัวผมเอง

ก็ยังคงรักษาสถิติเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ใช่สถิติการตกปลาหรอกนะครับ

แต่เป็นสถิติการเมาเรือ...พร้อมอ๊วก  คร๊าบบ......

 

 

 

2008/Aug/09

สวัสดีครับ...เพื่อนๆ

     ห่างกันไปนาน ไม่ได้มาอัพเดทบล๊อกเลยครับ นี้ได้เวลาเหมาะจริงๆ เลยเข้ามาอัพเดทกันหน่อย ซึ่งทริปนี้ได้เที่ยวกันมาตั้งแต่ 5 เม.ย. 51 โน้น ถึงจะมาล่าช้า แต่ก็มีอะไรๆ มาให้ชมกันตามเคยนะ  ตามกันมาเลย . . . . .

     ทริปนี้เราตั้งใจที่จะไปเที่ยว เกาะสมุย กันสักครั้งหนึ่ง เพราะหลายๆคนบอกว่าไม่มีอะไร ๆ พวกเราก็เลยสงสัยว่า แล้วมันมีอะไรละ ทำไมฝรั่งถึงได้ชอบไปกันจัง เพื่อเป็นบทพิสูจน์ให้รู้กันไปข้างหนึ่ง ตามไปดู ว่าไม่มีอะไร คือ ไม่มีอะไร อ้าว งง งง ....

     แต่ก่อนที่จะไปถึงเกาะสมุย พวกเราชอบแวะไปเที่ยวที่อื่นๆ กันก่อน จะเป็นทางผ่าน หรือทางอ้อม ก็เอา ดีกว่ามาเริ่มต้นที่กรุงเทพกันใหม่ สถานที่พวกเราได้แวะไปพักผ่อนกันที่แรกก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาสก อยู่ในส่วนของเขื่อนรัชชประภา หรือที่เรารู้จักกันในนาม กุ้ยหลินเมืองไทย ก็ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามด้วยเทือกเขาหินปูน สลับซับซ้อน และอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่มาก และสีของน้ำเขียวใสแบบมรกตเลย

 

  

  

     พวกเราก็ได้แวะพักกันที่แพรสายชลกัน 1 คืน พร้อมอาหารการกินแบบเป็นกันเองของชาวบ้านที่ปรุงรสแบบพื้นบ้านกันเลย อร่อยครับรับรอง กินกันสะอิ่ม จนพุงกางกันตามๆ กันไป ฮ่าๆๆๆ อร่อย... นอกจากอาหารอร่อย ภายใน อช.ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ ต้องนั่งเรือข้ามไปตามจุดต่างๆ และบางจุดก็นั่งแพแบบนี้  สถานที่ที่เราไป เรียกว่าถ้ำปะการัง เป็นที่ใช้ถ่ายทำโฆษณาด้วยนะ เครื่องดื่มสก๊อตที่ริต้า แจนเซ่น เป็นพรีเซนเตอร์ไง และยังมี 2 เฒ่าแห่งลุ่มน้ำเขาสก ที่ออกรายการคนค้นคนด้วย คุ้มเลย

   

   

     หลังจากได้อิ่มเอมกับธรรมชาติของ อช.เขาสก กันไป 1 วัน 1 คืน ก็ถึงเวลา ที่จะออกเดินทางไปยังปลายทางของเรา แต่ยังพอมีเวลาที่จะไปแหล่งเที่ยวอื่นๆ อีกนิด ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ  แต่เนื่องจากยังเป็นแหล่งใหม่ การให้บริการยังไม่พร้อมมากนัก และสถานที่ภายในยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างด้วย จึงอดที่จะได้แช่น้ำอุ่นๆ ผ่อนคลายแก้เมื่อยกันเลย มีแต่ภาพสถานที่เอามาฝากนะ

   

     สุดท้ายก็ออกเดินทาง ไปยังท่าเรือ เพื่อข้ามไปยังเกาะสมุยก่อนที่จะหมดเวลาลงเรือสะก่อน ไปกันเลย GO GO GO !!!!

   

   

     หลังจากได้ลงเรือแบบค่อนข้างตื่นเต้นกันสักหน่อย เพราะไปยังท่าเรือแรก พนักงานบอกว่า เที่ยวเรือหมดแล้ว ต้องพรุ่งนี้เช้าถึงจะไปได้ ตายละสิแบบนี้.... พวกเราก็รีบไปยังอีกท่าเรือ ซึ่งใหม่และใหญ่กว่า พอเลี้ยวรถเข้าไป เจอป้ายบอกว่าตั๋วหมดแล้ว โอ้ย... งงกันไปตามๆ กันทำไงดีละ ยังไม่หมดความพยายาม ขับรถเข้าเจอชาวบ้านแถวนั้น บอกว่าเข้าไปเถอะ ยังไม่ไหมดหรอกเที่ยวสุดท้ายประมาณ 19.00 น.โน้น โอ้..พระเจ้ามันยอดมาก เลยรอดกันไป  

     หลังจากได้ขึ้นเกาะสมุยเป็นที่เรียบร้อย ก็เป็นเวลาค่ำพอดี แถมฝนตกอีกด้วย แหมมันช่างดีจริงๆ แถมไม่รู้จักเส้นทางอีกว่าจะไปทางไหนดี จะวนซ้าย หรือวนขวาดี ทั้งที่รู้ว่า เส้นทางเดินรถมันวิ่งรอบเกาะได้ แต่จะไปที่พักได้เร็วทางไหนละ แถมหิวข้าวกันตามๆไป จึงถามอีกแล้ว ดีที่สุด

     รุ่งเช้าก็เริ่มตระเวนรอบเกาะกันเลย ไปให้ทั่วเท่าที่เวลาจะมี ก็เริ่มกันที่ชายหาดสวยๆ แดดจ้าๆ อย่างแรงนะ แต่เกาะสมุยทำไมเป็นเช่นนี้ แถบจะไม่มีทางสาธารณะ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงชายหาดกับแบบสบายๆ เลย จะลงทั้งที ก็กล้าๆ กลัวๆ ต้องไปขอกับร้านค้า ผ่านได้ไหมครับ อะไรกันหนอ ประเทศไทยนะคร๊าบบบบบบบ @@@!!!###%%% ไม่มีอะไรโมโห จี๊ดเลย !!!  

   

   

     และสถานที่สำคัญๆ และเป็นเอกลักษณ์ของสมุย อย่างหินตาหินยาย การบริหารจัดการเส้นทางเดินรถ ไม่เป็นระเบียบเอาเลยครับ จนนักท่องเที่ยวอารมณ์เสียกันตามๆ ไป โดยเฉพาะวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าด้วย โอ้ยยยย นักท่องเที่ยวคนไทยเอาไว้ทีหลังเลยครับ ทำกันไปได้ แต่ไม่เป็นไรยังไงก็ได้ดู อย่างเต็มๆๆ ว้าว ของตาใหญ่ญญญญ จัง ของไม่กล้าเอามาโชว์....555

   

   

   

   

 

     สรุปว่าทริปนี้ ที่เค้าบอกว่าสมุยไม่มีอะไร มาคิดอีกที มันก็มีของมันนะ เพียงแต่ว่าจะโหยหาแบบธรรมชาติเลย จะหายากหน่อย เพราะการพัฒนาของเกาะไปในทางวัตถุ และสิ่งอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยวสะมากกว่า ถ้าชอบไปเที่ยวแบบสบายๆ ก็โอเค แต่ถ้าชอบแบบออฟโรดผจญภัย ไม่มีหรอกครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เค้าพัฒนาแล้ว !!! เอาละ ไปละครับ หมดเวลาของทริปนี้แล้ว และถ้าถามว่าไปอีกไหมเกาะสมุย....... ไม่นะ...เกาะสมุย